Meta ปลดพนักงาน 8,000 คนในรอบแรกของการลดกำลังคน 10% เพื่อทุ่มทุนให้ AI
วันที่ Big Tech เจ้าใหญ่ที่สุดในวงการ เลือก "AI" แทน "คน"
วันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2026 จะเป็นอีกหนึ่งวันที่วงการเทคจดจำ — Meta ปลดพนักงาน 8,000 คนในวันเดียว คิดเป็นประมาณ 10% ของพนักงานทั้งหมด (ราว 80,000 คน) พร้อมประกาศโยกพนักงานอีก 7,000 คนเข้าทีม AI ใหม่ที่เพิ่งตั้งขึ้น และที่สำคัญคือ ผู้บริหารยืนยันว่านี่เป็นเพียง "ยกแรก" เท่านั้น
สรุปสั้น ๆ ที่ต้องรู้
- 🔥 ปลดพนักงาน 8,000 คน เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2026 ราว 10% ของพนักงานทั้งบริษัท
- 🚀 โยกอีก 7,000 คนเข้าทีม AI ใหม่หลายทีม พนักงานเรียกเล่น ๆ ว่าโดน "drafted"
- ✅ Severance สำหรับพนักงานในสหรัฐฯ: 16 สัปดาห์ + 2 สัปดาห์ต่ออายุงาน 1 ปี + ประกันสุขภาพ 18 เดือน
- 💰 Capex ด้าน AI ปี 2026 ตั้งไว้ที่ $125–145 พันล้านดอลลาร์ มากกว่าปี 2025 กว่าสองเท่า
- ⚠️ ผู้บริหารยืนยันว่าจะมีการปลดเพิ่มในครึ่งหลังของปี 2026
8,000 คนตกงานในวันเดียว — แค่ยกแรกของแผนปลด 10%
ไทม์ไลน์การแจ้งปลด — ไล่ตามไทม์โซน
Meta เลือกวันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2026 เป็นวันแจ้งปลดพนักงานล็อตใหญ่ที่สุดของบริษัทตั้งแต่ปี 2023 พนักงานในสิงคโปร์ได้รับแจ้งเป็นกลุ่มแรกตั้งแต่เวลาตี 4 ตามเวลาท้องถิ่น จากนั้นจึงไล่ไปยังสำนักงานในยุโรปและอเมริกาเหนือเมื่อแต่ละโซนเริ่มต้นวันทำงาน พนักงานในอเมริกาเหนือถูกขอให้ทำงานจากบ้านในวันนั้น
ตัวเลข 8,000 คน คิดเป็นประมาณ 10% ของพนักงานทั้งหมด โดย Meta มีพนักงานประมาณ 78,865 คน ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2026 (ข้อมูลจาก TNW และ Yahoo Finance) นอกจากนี้ บริษัทยังปิดประกาศรับสมัครงานที่เปิดอยู่อีกราว 6,000 ตำแหน่ง ทำให้ผลกระทบเชิงตัวเลขใหญ่กว่าที่เห็น
เงินชดเชยพนักงานในสหรัฐฯ
- 💵 เงินเดือนพื้นฐาน 16 สัปดาห์
- 💵 บวก 2 สัปดาห์ต่ออายุงาน 1 ปีเต็ม
- 🏥 ประกันสุขภาพต่อเนื่อง 18 เดือน รวมผู้ติดตาม
WARN Act Filings (สหรัฐฯ)
- 📍 Burlingame: 124 ตำแหน่ง (มีผล 22 พ.ค.)
- 📍 Sunnyvale: 74 ตำแหน่ง (มีผล 29 พ.ค.)
- 📊 ตัวเลขเฉพาะที่ถูกบังคับให้แจ้งตามกฎหมาย
ในรายงานของ Fox Business ก่อนหน้านี้มีตัวเลข "ราว 20%" ลอยมา ซึ่งรวมทั้งการปลด การโยกย้าย และการปิดประกาศรับสมัครงานเข้าด้วยกัน อย่างไรก็ตาม โฆษกของ Meta เคยให้สัมภาษณ์กับ TNW ว่าตัวเลข 20% นั้นเป็น "speculative reporting about theoretical approaches" หรือก็คือยังไม่ใช่ตัวเลขที่บริษัทยืนยัน ดังนั้นตัวเลขที่ "เกิดขึ้นจริง" ในรอบนี้ยังคงเป็น 8,000 คนตามที่รายงานหลัก ๆ ยืนยันตรงกัน
7,000 คนถูก "เกณฑ์" เข้าทีม AI ใหม่
ไม่ใช่ทุกคนที่ถูกแจ้งจะตกงาน — บางคนถูก "drafted"
ในวันเดียวกันที่มีการประกาศปลด พนักงานอีกประมาณ 7,000 คนได้รับแจ้งว่าจะถูก โยกย้าย เข้าทีมใหม่ที่โฟกัสด้าน AI โดย Janelle Gale (Chief People Officer ของ Meta) เป็นผู้ส่งบันทึกภายในเมื่อวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคมเพื่ออธิบายแผนนี้ พนักงานหลายคนเริ่มเรียกการถูกโยกแบบนี้กันเองว่า "drafted" เหมือนการถูกเกณฑ์ทหาร
"Many orgs can operate with a flatter structure with smaller teams of pods/cohorts that can move faster and with more ownership."
— Janelle Gale, Chief People Officer, Meta
(บันทึกภายในวันที่ 18 พ.ค. 2026)
ใจความสำคัญที่ Gale สื่อก็คือ Meta ต้องการโครงสร้างองค์กรที่ "แบนกว่าเดิม" และทำงานเป็น pods หรือ cohorts ขนาดเล็กที่ขยับเร็วและรับผิดชอบของตัวเองมากขึ้น สอดคล้องกับการตั้งทีม AI ใหม่หลายทีมในรอบนี้
ทีม AI ใหม่ที่มีรายงาน
- 🤖 Applied AI Engineering (นำโดย Maher Saba, รายงานตรงต่อ CTO Andrew Bosworth)
- 🤖 Agent Transformation Accelerator XFN
- 🤖 Central Analytics
- 🤖 Meta Superintelligence Labs
ความหมายในเชิงโครงสร้าง
- 📉 ลดชั้นบริหาร (โดยเฉพาะระดับผู้จัดการ)
- ⚡ ทีมเล็กลง ตัดสินใจเร็วขึ้น
- 🎯 รวมศูนย์ทุกอย่างที่เกี่ยวกับ AI
หมายเหตุ: รายงานหลายสำนักระบุว่า Meta ตั้ง "ทีม AI ใหม่ 4 ทีม" แต่รายชื่อที่ยืนยันตรงกันชัดเจนมี 3 ทีมแรก ส่วน Meta Superintelligence Labs ถูกกล่าวถึงในฐานะหน่วยงานหลักด้าน AI ของบริษัทที่กำลังขยายต่อเนื่อง
ทีมไหนโดนหนักสุด — Reality Labs, Sales, Recruiting
ฝั่งที่ไม่ได้เป็น "AI" คือฝั่งที่โดนเฉือน
ตามรายงานของ TNW และเอกสาร WARN Act ที่ Meta ยื่นในรัฐแคลิฟอร์เนีย แผนกที่ได้รับผลกระทบหนักในรอบนี้ ได้แก่
- 🎮 Reality Labs — ทีม VR/AR ที่ขาดทุนต่อเนื่องมาหลายปี โดนตัดอีกระลอกหลังจากต้นปีตัดไปแล้ว ~1,000–1,500 คน (ม.ค. 2026)
- 📱 Facebook Social Division — แผนกที่ดูแลผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท
- 👥 Recruiting — เมื่อบริษัทเลิกจ้างและปิดประกาศรับสมัครงาน ฝ่าย recruiter ก็โดนกระทบโดยตรง
- 💼 Sales — โดยเฉพาะทีมที่เน้นโฆษณาแบบดั้งเดิม
- 🌐 Global Operations — งาน support ขององค์กรในระดับสากล
ภาพรวมในช่วง 4 ปีหลังของ Meta นั้นชัดเจน — ตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา บริษัทตัดพนักงานไปแล้ว ประมาณ 25,000 ตำแหน่งสะสม (อ้างอิง TNW) โดยรอบล่าสุดก่อนหน้านี้คือเดือนมีนาคม 2026 ที่ตัดไป 700 ตำแหน่งจาก 5 แผนก ก่อนจะมาเจอรอบ 8,000 คนในเดือนพฤษภาคมนี้
เหตุผลที่แท้จริง: capex AI $125–145 พันล้านดอลลาร์
ตัดคนเพื่อจ่ายค่า GPU
คำถามสำคัญคือ — ทำไม Meta ซึ่งยังทำกำไรได้ดีถึงต้องปลดคนระดับนี้? คำตอบอยู่ที่ตัวเลข Capital Expenditure (Capex) สำหรับปี 2026 ที่บริษัทตั้งเป้าไว้ที่ $125–145 พันล้านดอลลาร์ ตามรายงานของหลายสำนัก (Yahoo, CNBC, NPR) ส่วน The Next Web ให้ตัวเลขที่ต่ำกว่าเล็กน้อยที่ $115–135 พันล้านดอลลาร์
ไม่ว่าจะเอาเลขชุดไหน ก็ มากกว่า capex ปี 2025 ที่ $72.2 พันล้านดอลลาร์ ถึงเกือบสองเท่า และเป็น capex ที่สูงที่สุดในกลุ่ม Big Tech โดยเงินก้อนนี้ทุ่มไปกับการสร้าง data center, จัดซื้อ GPU จำนวนมหาศาล และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI
ระเบียบใหม่ของ AI Leadership ที่ Meta
- 👤 Alexandr Wang (อดีต CEO ของ Scale AI วัย 28 ปี) ขึ้นเป็น Chief AI Officer
- 💸 Zuckerberg ลงมือทาบทามนักวิจัย AI ระดับโลกเข้า Meta Superintelligence Labs ด้วยตัวเอง
- 💎 มีรายงานว่าแพ็กเกจค่าตอบแทนสำหรับนักวิจัยระดับหัวกะทิแตะ $100 ล้านดอลลาร์
หัวข้อข่าวของ CNBC สรุปสารของ Zuckerberg ด้วยวลีสั้น ๆ ว่า "Success isn't a given" ในยุค AI — สื่อความว่าผู้บริหารระดับสูงเองก็มองว่าบริษัทจำเป็นต้องปรับโครงสร้างทั้งหมดเพื่อให้แข่งขันได้ในยุคใหม่นี้ ไม่ใช่แค่ทำงานต่อแบบเดิม
ยกต่อไปมาแน่ — และสัญญาณต่อตลาดแรงงานเทค
นี่คือ "ยกแรก" — ครึ่งหลังของปี 2026 ยังมีอีก
สิ่งที่ทำให้รอบนี้น่ากังวลที่สุดไม่ใช่ตัวเลข 8,000 แต่เป็นคำว่า "first round" ที่ผู้บริหาร Meta ใช้กับสื่อ ผู้บริหารระดับสูงระบุชัดว่าจะมีการปลดเพิ่มในครึ่งหลังของปี 2026 โดย NBC และ CNBC วางกรอบเอาไว้ว่าน่าจะมีรอบใหม่ในช่วงสิงหาคมและฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ แม้รายละเอียดเรื่องตัวเลขและขอบเขตยังไม่ถูกประกาศอย่างเป็นทางการ
แพตเทิร์น "AI-funded layoffs"
- 📊 capex พุ่งไปกับ GPU + data center
- ✂️ opex ถูกหั่นที่แผนกที่ไม่เกี่ยวกับ AI โดยตรง
- 🔁 รูปแบบเดียวกันเริ่มเห็นทั่ว Big Tech
สิ่งที่คนสายเทคไทยควรจับตา
- 🧠 ทักษะ AI/ML จะกลายเป็น "default" ไม่ใช่ส่วนเสริม
- 📉 ตำแหน่ง support / recruiter / sales แบบเดิมมีความเสี่ยงสูงขึ้น
- 📈 งานสาย ML engineer, data infra, AI product จะเป็นที่ต้องการมากขึ้น
- 💡 ฝึก prompt + LLM ops + agent dev เอาไว้ไม่เสียหาย
สำหรับคนทำงานในวงการเทค ไม่ว่าจะอยู่ในบริษัทใหญ่หรือสตาร์ทอัพ สิ่งที่เกิดกับ Meta ไม่ใช่กรณีเฉพาะของบริษัทเดียว — แต่เป็นภาพสะท้อนของช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ที่ "ทุนของบริษัท" ถูกย้ายไปอยู่ที่ AI infrastructure แทนที่จะเป็นการขยายทีมแบบเดิม ใครที่ปรับตัวเร็ว ก็มีโอกาสได้อยู่ในฝั่งที่ถูก "drafted" มากกว่าฝั่งที่โดน "laid off"