เงินไหลเข้า AI infra พุ่ง 77% YoY ขณะที่คลื่นปลดพนักงานในเทคโยกพร้อมกันทั่วโลก
เดือนเดียวเห็นภาพชัด: เงินทุ่มเข้า AI พุ่งทะลุ $725B แต่คนต้องออก
พฤษภาคม 2026 กลายเป็นเดือนที่วงการเทคโลกเห็น "สองด้านของเหรียญเดียวกัน" ชัดที่สุด — ด้านหนึ่ง Amazon, Microsoft, Alphabet และ Meta รวมกันทุ่ม CapEx ราว 725,000 ล้านดอลลาร์ ในปีเดียว เพิ่มขึ้นประมาณ 77% จากปีก่อน เกือบทั้งหมดไหลเข้า AI infrastructure ส่วนอีกด้าน Meta, Amazon, Microsoft, Cloudflare และอีกหลายบริษัทประกาศปลดหรือบีบคนออกพร้อมกันเป็นหมื่น
สรุปสถานการณ์เดือนพฤษภาคม 2026
- ✅ 4 บริษัทเทคยักษ์ทุ่ม CapEx รวม ~$725B ในปี 2026 (+77% YoY) ส่วนใหญ่ไป AI infra
- ✅ Nvidia กลายเป็นนักลงทุนตัวจริง — ทุ่ม equity bets เกิน $40B ในปีนี้
- 🔥 Meta ประกาศปลด ~8,000 คน เริ่ม 20 พ.ค. 2026 ยกเลิกตำแหน่งเปิดอีก 6,000
- 🔥 Microsoft เสนอ voluntary buyout เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 51 ปี ให้พนักงาน US ราว 125,000 คน โดยมีสิทธิ์เข้าร่วมประมาณ 7%
- 🔥 Amazon ปลดไปแล้วราว 30,000 ตำแหน่งใน 5 เดือนล่าสุด
- ❌ Cloudflare ปลด 1,100+ คน (~20%) อ้างการใช้ AI ภายในโตขึ้น 600%
คำถามที่น่าสนใจคือ — เงินมหาศาลขนาดนี้กำลังถูกเอาไปทำอะไร แล้วทำไมต้องแลกกับการปลดคน? เผ็ดน้อยพาไปไล่ตัวเลขทีละบริษัท พร้อมมองว่ามันส่งสัญญาณอะไรกับคนทำงานสายเทคในไทย
$725 พันล้านดอลลาร์: Big Tech ทุ่มอะไรกับ AI บ้าง
แยกตัวเลขรายบริษัท
ตัวเลข CapEx รวมของ 4 บริษัทยักษ์ในปี 2026 อยู่ที่ราว $725B เทียบกับ ~$410B ปีก่อนหน้า ส่วนใหญ่เป็นการสร้าง data center, จัดซื้อ GPU/ชิปเฉพาะทาง และฝึก AI model ขนาดใหญ่ขึ้น
Amazon — ~$200B
- 🔹 ตัวเลข CapEx สูงสุดของกลุ่ม
- 🔹 เน้น AWS data center และชิป Trainium/Inferentia
Microsoft — ~$190B
- 🔹 สูงกว่าตัวเลขเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ที่ ~$152B
- 🔹 CFO ระบุว่า ~$25B เป็นต้นทุน memory chip / ชิ้นส่วนที่แพงขึ้น
Alphabet — สูงสุด ~$190B
- 🔹 ปรับเพิ่มจากเดิมอีก $5B
- 🔹 เน้น TPU รุ่นใหม่ + ขยาย Google Cloud
Meta — $125B–$145B
- 🔹 ปรับเพิ่ม guidance อีก $10B
- 🔹 เทเงินไปกับ AI model ระดับ superintelligence + GPU farm
ที่ต้องเน้น: ตัวเลขนี้ เพิ่มขึ้นราว 77% YoY ในระดับอุตสาหกรรม ถือว่าไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์เทคโลก เทียบให้เห็นภาพ — $725B พอ ๆ กับ GDP ของหลาย ๆ ประเทศรวมกัน
Nvidia กลายเป็นนักลงทุน — ทุ่มเกิน $40B ใน OpenAI, Corning, IREN
จากผู้ขายชิป สู่นักลงทุนรายใหญ่
นอกจาก Big Tech ทุ่ม CapEx แล้ว Nvidia เองก็ลงทุน equity bets เกิน $40B ในปี 2026 ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนบทบาทจาก vendor ขายชิป มาเป็นผู้ถือหุ้นในซัพพลายเชนและลูกค้าของตัวเอง
$30B ใน OpenAI
- 🔹 ปิดดีลปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026
- 🔹 ดีลใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ AI
สูงสุด $3.2B ใน Corning
- 🔹 Corning จะตั้งโรงงานใหม่ 3 แห่งใน US
- 🔹 ผลิตเทคโนโลยี optical สำหรับ Nvidia โดยตรง
สูงสุด $2.1B ใน IREN
- 🔹 ดีล deploy Nvidia DSX infra สูงสุด 5 GW
- 🔹 เน้นขยายกำลังการประมวลผลให้ลูกค้า AI
ข้อครหา: "circular deal-making"
นักวิเคราะห์บางส่วนตั้งคำถามว่า Nvidia ลงทุนในบริษัทที่หันมาซื้อสินค้าจาก Nvidia เอง เงินจึงไหล "วน" ระหว่าง Nvidia กับลูกค้า สร้างภาพการเติบโตที่อาจไม่สะท้อนดีมานด์ที่แท้จริงทั้งหมด — เป็นจุดที่ควรจับตาในระยะยาว
อีกด้านของเหรียญ: คลื่นปลดพนักงานพฤษภาคม 2026
รายชื่อบริษัทที่ปลด/บีบคนออกเดือนนี้
Meta — ~8,000 คน
- ⚠️ ราว 10% ของพนักงาน เริ่มมีผล 20 พ.ค. 2026
- ⚠️ ยกเลิกตำแหน่งที่เปิดรับอีก 6,000 ตำแหน่ง
- ⚠️ มีแผนปลดเพิ่มในครึ่งปีหลัง 2026
Amazon — ~30,000 ตำแหน่ง
- ⚠️ ปลดในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา
- ⚠️ กระทบหลายสาย ทั้ง corporate, AWS, retail
Microsoft — voluntary buyout ครั้งแรก
- ⚠️ เสนอ voluntary buyout เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 51 ปี
- ⚠️ ให้พนักงาน US ราว 125,000 คน โดยมีสิทธิ์เข้าร่วมประมาณ 7%
- ⚠️ สะท้อนว่าโครงสร้างองค์กรเริ่มต้องปรับขนานใหญ่
Cloudflare — 1,100+ คน
- ⚠️ ราว 20% ของพนักงาน
- ⚠️ ระบุตรง ๆ ว่าใช้ AI ภายในเพิ่มขึ้นกว่า 600%
รายอื่นที่น่าจับตา
- 📌 Upwork — ปลดราว 25%
- 📌 PayPal — วางแผนปลดราว 20% ภายใน 2-3 ปี
- 📌 Coinbase — 14% หรือราว 700 คน
- 📌 Ticketmaster — 8% หรือราว 350 คน
- 📌 BILL — สูงสุด 30%
ทำไมเงินไหลเข้า AI แต่คนต้องออก
เหตุผลที่หลายบริษัทพูดตรง ๆ
สิ่งที่ต่างจากคลื่นปลดรอบก่อน ๆ คือคราวนี้บริษัทพูดออกมา ตรง ๆ ว่าเงิน CapEx ที่เพิ่มขึ้นกับการลดคนเป็นเรื่องเดียวกัน
Meta: "GPU แทนคน"
มีรายงานว่า Zuckerberg บอกกับพนักงานว่าการปลดรอบนี้เชื่อมโดยตรงกับงบ AI infra ที่บานปลาย — พูดง่าย ๆ คือเงินที่ไปกอง GPU/data center ส่วนหนึ่งมาจากการลดค่าใช้จ่ายฝั่งคน
Cloudflare
- 🔹 ระบุว่าการใช้ AI ภายในเพิ่มขึ้น 600%
- 🔹 ทำให้บางตำแหน่งไม่จำเป็นเท่าเดิม
PayPal / Upwork
- 🔹 อ้าง AI ตรง ๆ ในเหตุผลการปรับโครงสร้าง
- 🔹 ตำแหน่ง mid-level ที่ทำซ้ำได้ถูกบีบหนักสุด
พูดอีกแบบคือ Big Tech กำลังใช้ AI ทั้งใน รายรับ (ขายบริการ AI ให้ลูกค้า) และ รายจ่าย (ใช้ AI แทนพนักงาน) พร้อมกัน — เป็นรอบแรกที่เห็นภาพนี้ชัดในระดับอุตสาหกรรม
สัญญาณสำหรับคนทำงานสายเทคในไทย
มันส่งผลถึงเราอย่างไร
ถึงตัวเลขข้างบนจะเป็นเรื่องของ Big Tech ใน US แต่ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เพราะ:
- 📌 บริษัทข้ามชาติที่มีออฟฟิศหรือทีมในไทยมักทำตามนโยบาย HQ — คลื่นปรับโครงสร้างมักไหลมาที่ภูมิภาคในรอบถัด ๆ ไป
- 📌 ตำแหน่ง mid-level ที่ AI ทำแทนได้ เช่น งาน support tier 1-2, copywriting พื้นฐาน, QA scripted test, dev งาน CRUD ซ้ำ ๆ ถูกบีบทั่วโลก
- 📌 ตลาดงาน outsource / freelance ตามแพลตฟอร์มอย่าง Upwork ก็เริ่มเห็นราคาและจำนวนงานลด
ทักษะที่ยังต้องการ (และน่าลงทุนเรียน)
สาย AI infra / Data center
- ✅ Cloud architect (AWS / GCP / Azure)
- ✅ GPU operations, networking, power/cooling
- ✅ MLOps / Platform engineering
สายใช้ AI เป็นเครื่องมือ
- ✅ Prompt / agent design
- ✅ AI integration ในระบบ business
- ✅ Domain expert ที่ใช้ AI ทุ่นแรงได้คล่อง
สรุปสั้น ๆ
ปี 2026 คือปีที่ Big Tech "เลือกเลย" ว่าจะลงทุนกับ AI หนักกว่าคน — และพูดออกมาตรง ๆ ครั้งแรก สำหรับคนทำงานสายเทคในไทย โจทย์คือทำยังไงให้ตัวเองอยู่ฝั่งที่ ใช้ AI ไม่ใช่ฝั่งที่ ถูก AI แทน
คุณคิดว่าคลื่นนี้จะมาถึงตลาดงานไทยเต็มตัวเมื่อไหร่? แชร์ความเห็นกันได้ในคอมเมนต์